คู่มือการขอรับมรดกที่ดิน 2

คู่มือการขอรับมรดกที่ดิน 2

คู่มือการขอรับมรดกที่ดิน 
หมายเหตุ- จะมีการปรับปรุงบทความใหม่ให้ตรงกับวิธีปฏิบัติของกรมที่ดินในเร็ว ๆ นี้

11. การประกาศ ส่งประกาศ และการนับวันประกาศตามกฎหมายที่ดิน การยื่นคำขอรับโอนมรดกที่ดินและจดทะเบียนผู้จัดการมรดกต้องมีการประกาศให้ประชาชน
ทราบก่อนมีกำหนด 30 วัน จะมียกเว้นไม่ต้องประกาศก่อนเพียงอย่างเดียว
คือการจดทะเบียนผู้จัดการมรดกที่ศาลได้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้ นอกจากนี้แล้วไม่ว่า
จะมีการโอนมรดกที่มีพินัยกรรม หรือไม่มีพินัยกรรมหรือมีการตั้งผู้จัดการมรดก
ไว้โดยพินัยกรรมก็ตาม จะต้องมีการประกาศการขอจดทะเบียนเป็นเวลา 30 วัน
หากไม่มีคนคัดค้าน จึงสามารถจดทะเบียนตามที่ขอได้
ในกรณีที่ต้องมีประกาศนั้นส่วนใหญ่เป็นการปิดประกาศในสถานที่ราชการ
เช่น ที่สำนักงานที่ดิน ที่ทำการเทศบาล อบต ที่ทำการกำนัน ซึ่งสำนักงานที่ดิน
จะมีหนังสือนำส่งให้หน่วยงานตามสถานที่ดังกล่าวเป็นผู้ปิดประกาศโดยไม่ต้องเสียเงินค่าปิดประกาศ แต่ตามกฎหมายจะต้องปิดประกาศการขอรับโอนมรดกในตัวแปลงที่ดินด้วยการไปปิดในที่ดินนี้ผู้ขอรับโอน
จะเป็นคนไปปิดเองไม่ได้ เพราะอาจไม่ปิดเนื่องจากกลัวว่าคนอื่นจะรู้
(เพราะมีอาจเหตุผลบางอย่างซ่อนเร้นอยู่) แต่จะให้กำนัน(ผู้ใหญ่บ้าน)ไปปิดประกาศ

และรายงานการปิดประกาศในหางประกาศแล้วส่งให้ผู้ขอนำมามอบให้สำนักงานที่ดิน และตามกฎหมายผู้ขอต้องให้ค่าปิดประกาศแก่ผู้ไปปิดจำนวน 10 บาท เป็นค่าป่วยการในการเดินไปปิดประกาศ (ซึ่งในยุคนี้อาจเห็นว่าไม่คุ้มค่าเสียเวลาและการเดินไปปิดเพราะบางทีอยู่ไกลเข้าลำบาก)

รายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องการประกาศ

(1) การนับวันปิดประกาศว่าจะครบกำหนด 30 วันเมื่อใด ให้เริ่มนับ ๑ ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นของวันปิดประกาศฉบับหลังสุดเป็นต้นไป เช่น ปิดที่สำนักงานที่ดินวันที่
5 เมษายน ปิดที่อำเภอวันที่ 6 เมษายน แต่ไปปิดที่ที่ดินเป็นที่สุดท้ายในวันที่ 7 เมษายน อย่างนี้เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน จะไปครบกำหนด 30 วันในวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งจะมาจดทะเบียนโอนมรดกได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม เป็นต้นไป แต่ถ้าวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นวันหยุดราชการ จะต้องนับวันที่ 8 พฤษภาคม เป็นวันครบ 30 วัน และจะมาจดทะเบียนได้ในวันที่ 9 พฤษภาคม เป็นต้นไป

(2) ตามกฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือส่งประกาศให้กับบุคคลที่ผู้ขอแจ้งว่า
เป็นทายาททุกคนทราบเท่าที่สามารถจะทำได้นั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำหนังสือส่งประกาศให้
กับทายาทผู้มีสิทธิควรได้รับมรดก ตามที่ปรากฏในบัญชีเครือญาติเท่านั้น ในการนี้พนักงานเจ้าหน้าที่จะสอบถามผู้ขอ พร้อมทั้งบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ผู้ขอจะเป็นผู้นำหนังสือและประกาศไปส่งเองหรือจะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ส่งให้ ถ้าผู้ขอจะเป็นผู้นำส่งเอง เจ้าหน้าที่ก็ให้ผู้ขอลงนามรับหนังสือและประกาศไป และเมื่อผู้ขอได้นำส่งให้ทายาทอื่นแล้ว ให้นำใบรับของทายาทนั้นๆ มามอบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ก่อนการจดทะเบียน ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ส่งจะจัดการส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
แต่จริง ๆ ในเรื่องนี้ไม่ค่อยได้มีการปฏิบัตินักเพราะทายาทมักมายื่นคำขอกันทุกคน หรือถ้าไม่มาเพราะไม่ต้องการรับมรดก ก็มักทำหนังสือไม่รับมรดกมามอบต่อเจ้าหน้าที่ จึงไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบว่ามีการขอรับมรดกอีกแต่อย่างใด

12. การรับคำขอโต้แย้งและการเปรียบเทียบมรดก

ในระหว่างประกาศขอรับโอนมรดก อาจมีคนโต้แย้งขอรับโอนมรดกได้ แต่เนื่องจากเป็นการขอรับโอนมรดก ผู้มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านการขอรับมรดก
จึงต้องเป็นทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดก ซึ่งต้องเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เท่านั้น ถ้าเป็นคนอื่นไม่ใช่ทายาทแล้วจะมาขอโต้แย้ง
ไม่ได้ เช่น คนที่อ้างว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์จะมาโต้แย้งการรับมรดกไม่ได้ ได้แต่จะร้องต่อศาลให้มีคำสั่งว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นโดยการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุมาขอรับมรดกหรือโต้แย้งคัดค้านเพื่อขอรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ก็ทำได้ไม่เป็นการต้องห้าม ตามมาตรา ๑๖๒๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถรับคำขอไว้ดำเนินการตามกฎหมายได้
ในระหว่างประกาศการขอรับมรดกถ้ามีผู้โต้แย้งพนักงานเจ้าหน้าที่จะสอบสวนถึงสิทธิการรับมรดกของผู้โต้แย้ง โดยสอบสวนทำนองเดียวกับการสอบสวนผู้ขอจดทะเบียนรับโอนมรดก เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งกำหนดวัน เวลาและสถานที่ที่จะสอบสวนเปรียบเทียบเป็นหนังสือ ให้ผู้ขอและผู้โต้แย้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน จัดส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ตอบรับ
วิธีการเปรียบเทียบจะเป็นดังนี้ เมื่อผู้ขอและผู้โต้แย้งได้มาพร้อมกันตามกำหนดนัด เจ้าหน้าที่จะแจ้งคำขอและคำโต้แย้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบ แล้วชี้แจงถึงสิทธิของผู้ขอ
และผู้โต้แย้งอันจะพึงมีตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าตกลงกันได้ก็จะจัดทำบันทึกข้อตกลงไว้ในแบบบันทึกถ้อยคำ ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อ
ไว้เป็นหลักฐาน ถ้าข้อตกลงนั้นชอบด้วยกฎหมาย ก็ดำเนินการไปตามข้อตกลงนั้นได้ ถ้าคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็สอบสวนคู่กรณี พยานบุคคลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประกอบการพิจารณา แล้วจะพิจารณาสั่งการไปตามพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และหลักกฎหมาย โดยสั่งไว้ด้วยว่า ถ้าฝ่ายใดไม่พอใจคำสั่งฝ่ายนั้นต้องไป
ฟ้องร้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และต้องนำหลักฐาน
การยื่นฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ภายในเวลาดังกล่าวด้วย หากไม่ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่
จะดำเนินการไปตามที่สั่งการไว้
ถ้าผู้ขอหรือผู้โต้แย้งมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกำหนดนัดแต่เพียงฝ่ายเดียว ย่อมถือได้ว่าคู่กรณีไม่อาจตกลงกันได้ พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการเปรียบเทียบ
สั่งการโดยถือเอาหลักฐานที่มีอยู่เป็นหลักในการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร เสร็จแล้วแจ้งให้ผู้ขอหรือผู้โต้แย้งที่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกำหนดนัดทราบ ส่วนผู้ขอหรือผู้โต้แย้งที่ไม่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็จะส่งหนังสือแจ้งไปให้ทราบในทำนองเดียวกัน เมื่อฝ่ายที่ไปฟ้องได้นำหลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกต่อศาลมาแสดงต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ก็จะระงับการจดทะเบียนไว้ ถ้าไม่นำหลักฐานที่ฟ้องร้องภายในกำหนดดังกล่าวมาแสดง ก็ดำเนินเรื่องตามที่ได้สั่งการไว้ต่อไป
ในกรณีที่คู่กรณีได้ทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ไม่ยอมลง
ลายมือชื่อรับทราบ พนักงานเจ้าหน้าที่จะบันทึกการที่ผู้ขอหรือผู้โต้แย้ง
ไม่ยอมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน พร้อมด้วยพยานรู้เห็น สำหรับกรณีที่ทั้งผู้ขอ
และผู้โต้แย้งไม่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกำหนดนัด เจ้าหน้าที่จะทำหนังสือ
นัดคู่กรณีมาทำการสอบสวนเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่ง โดยแจ้งกำหนดวัน เวลาและสถานที่ที่จะสอบสวนเปรียบเทียบให้ผู้ขอและผู้โต้แย้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และจะมีการระบุไปด้วยว่า ถ้าผู้ขอและผู้โต้แย้งไม่มาพบพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อ
สอบสวนเปรียบเทียบตามกำหนดและมิได้แจ้งข้อขัดข้องให้ทราบ พนักงานเจ้าหน้าที่
จะสั่งยกเลิกเรื่องขอจดทะเบียนมรดกนั้นเสีย เมื่อถึงกำหนดนัดแล้ว คู่กรณีไม่มาตามกำหนด
และมิได้แจ้งข้อขัดข้องให้ทราบ พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยกเลิกเรื่องขอจดทะเบียนมรดก เสร็จแล้วเก็บเรื่องเข้าสารบบที่ดินแปลงนั้น พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ
ราชการทางปกครองให้ผู้ขอทราบ

ในกรณีที่ทายาทได้ยื่นฟ้องต่อศาลหรือทายาทอื่น ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกได้ฟ้องคด
ีเกี่ยวกับสิทธิในการรับมรดกต่อศาล ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรมการได้มาโดยทางมรดก เมื่อผู้นั้นนำหลักฐานการยื่นฟ้อง พร้อมสำเนาคำฟ้องมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่จะลงบัญชีอายัด และหมายเหตุกลัดติดไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดินและสารบบที่ดินเป็น
การชั่วคราวว่า “ที่ดินแปลงนี้ได้มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกต่อศาลตาม
คำฟ้องศาล…………………………..คดี
หมายเลขดำที่………………………..ลงวันที่………………………ให้ระงับ
การจดทะเบียนไว้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด” และเมื่อศาลได้มีคำพิพากษา
หรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
หากมีผู้ขอโต้แย้งภายหลังวันครบกำหนดประกาศ เจ้าหน้าที่จะไม่รับคำโต้แย้งไว้ดำเนินการ
ให้ได้ เนื่องจากประกาศครบกำหนดตามกฎหมายแล้ว

13. ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการโอนมรดก
ขึ้นตอนการประกาศรับมรดก เสียค่าคำขอแปลงละ 5 บาท ค่าประกาศแปลงละ 10 บาท ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ไปปิดประกาศแปลงละ 10 บาท ถ้าให้มีพยานด้วยก็เพิ่มอีกคนละ 10 บาท

ขั้นจดทะเบียน ถ้าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก เลิกผู้จัดการมรดก เปลี่ยนตัวผู้จัดการมรดก แปลงละ 50 บาท ส่วนตอนจดทะเบียนโอนมรดกคิดร้อยละ 50 สตางค์โดยคิดจากราคา
ประเมินของทางราชการในกรณีโอนระหว่างบุพพการีกับผู้สืบสันดาน และระหว่างสามีภรรยา ส่วนกรณีระหว่างคนอื่นนอกจากที่กล่าวแล้ว เก็บร้อยละ 2 ของราคาประเมินของทางราชการ
ในการจดทะเบียนโอนมรดกบางส่วน จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่ผู้ขอได้
แสดงการมีสิทธิในบันทึกการสอบสวนโดยคิดเฉลี่ยตามส่วนที่ขอรับมรดก ตามหลักเกณฑ์
์และอัตราข้างต้น

สรุป ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

* ค่าคำขอ แปลงละ ๕ บาท
* ค่าประกาศมรดก แปลงละ ๑๐ บาท
* ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก แปลงละ ๕๐ บาท
* ค่าจดทะเบียนโอนมรดก ร้อยละ ๒ ตามราคาประเมินทุนทรัพย์
* ในกรณีโอนมรดกระหว่างผู้บุพการีกับผู้สืบสันดาน หรือระหว่างคู่สมรส เรียกตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ร้อยละ 50 สตางค์

14. คำแนะนำเกี่ยวกับสอบถามเรื่องการโอนมรดก

เมื่อมีปัญหาใดๆ เกี่ยวข้องกับการขอรับโอนมรดก วิธีการดีที่สุดคือไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ว่าต้องทำอย่างไร ปกติที่สำนักงานที่ดินจะมีผู้ให้คำแนะนำประจำอยู่แล้ว ถ้าไม่เข้าใจก็ถามคนอื่นดูอีกได้ แต่ถ้ากลัวว่าจะโดนว่าไม่เชื่อเขา ก็ไปถามที่สำนักงานที่ดินแห่งอื่น
หรือโทรไปถามที่กรมที่ดินหรือสำนักงานที่ดินอื่น ๆ ได้ ไม่ควรไปสอบถามทนายความ
ก่อนถามสำนักงานที่ดินเพราะเหตุว่าทนายความไม่ใช่ผู้ปฏิบัติโดยตรง เขาไม่มีความรู้ความชำนาญ
ในเรื่องที่ดินพอ มีการออกกฎกระทรวง ระเบียบกรมที่ดินรองรับการโอนมรดก
แทบจะทุกรูปแบบอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะทำตามนั้นโดยเคร่งครัด และเขาไม่กลัวถูกฟ้อง
จนไม่กล้าทำให้อย่างแน่นอนถ้าคนขอรับโอนมีสิทธิตามกฎหมายจริง เพราะถ้าสามารถ
แสดงหลักฐานว่ามีสิทธิรับมรดกจริง เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่องและทำการประกาศ เมื่อครบกำหนดประกาศ ไม่มีคนคัดค้านเขาก็โอนให้ตามนั้น ก็ไม่ต้องรับผิด
เพราะทำตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ หากจะมีทำหลักฐานเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ หรือมีการปิดบังทายาทก็เป็นเรื่องของคนที่มายื่นคำขอต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาเอง
เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

credit : หมอดิน

Leave a Reply

Your email address will not be published.